ทำธุรกิจอย่างไร ให้รวย ได้ง่ายๆ เพียงแค่ สร้างแบรนด์

ทำธุรกิจอย่างไร ให้รวย ได้ง่ายๆ เพียงแค่ สร้างแบรนด์

ทำธุรกิจอย่างไรให้รวยได้ง่ายๆเพียงแค่สร้างแบรนด์

หน้าต่างบานแรกของสินค้า และบริการ ไม่ว่าจะเป็นสายความสวยงาม เช่น โรงงานรับผลิตครีม โรงงานผลิตอาหารเสริม ธุรกิจรับผลิตอาหารเสริม ธุรกิจผลิตอาหารเสริม หรือจะเป็นสายอาหาร เช่น โรงงานรับผลิตอาหาร โรงงงานรับผลิตบรรจุภัณฑ์ หรือ แม้กระทั่งธุรกิจสายการบริการ เช่น สปาร์ โรงแรมต่างๆ ก็คือ แบรนด์สินค้า หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า ยี่ห้อ นั้นเอง หลายคนอาจไม่เคยรู้ว่าแบรนด์สินค้านอกจากกจะสามารถช่วยให้สินค้าของเราจดจำได้ง่ายๆ ขึ้นแล้ว ยังสามารถสร้างรายได้ให้ธุรกิจของคุณได้อย่างมหาศาลอีกด้วย

เหตุผลที่แบรนด์สินค้าสามารถสร้างรายได้ให้คุณ

  1. สร้างความรู้จัก แบรนด์สินค้าถือได้ว่าเป็นพรีเซนต์เตอร์โฆษณาสินค้าและบริการของคุณได้เลยทีเดียว เพราะบางครั้งลูกค้าจะทราบว่าคุณรับทำอะไร ขายสินค้าประเภทไหน ได้ผ่านแบรนด์สินค้า การเลือกแบรนด์ให้มีส่วนที่เกี่ยวกับสินค้าจึงมีความสำคัญมาก เช่น หากคุณรับผลิตกลูต้า ก็ควรมีสัญลักษณ์ หรือข้อความที่สื่อเกี่ยวกับสินค้าโดยตรง
  2. สร้างความน่าสนใจ เป็นที่แน่อยู่แล้วว่าแต่ล่ะธุรกิจย่อมมีการแข่งขันในกลุ่มสินค้าประเภทเดียวกันมากมายหลากหลายแบรนด์ ซึ่งแน่นอนว่าต้องเป็นเรื่องยากที่จะให้ผู้บริโภคสามารถจดจำได้ การสร้างแบรนด์สินค้าจึงเป็นทางออกหนึ่งที่ช่วยให้ผู้บริโภคจดจำสินค้าและบริการของเราได้ ดังนั้นการสร้างแบรนด์สินค้าให้มีความทันสมัยและน่าสนใจจะช่วยดึงดูดผู้บริโภคได้
  1. สร้างความเชื่อมั่น หลายธุรกิจที่สามารถอยู่ได้มายาวนานจากรุ่นหนึ่งสู่อีกรุ่นหนึ่ง ก็อาศัยความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อแบรนด์สินค้า หากคุณมีแบรนด์สินค้าที่ติดตลาดกลุ่มผู้บริโภคแล้ว ก็ไม่ใช่เรื่องยากที่คุณจะรักษาฐานลูกค้าไว้ได้นาน
  2. สร้างความน่าเชื่อถือ หน้าที่ของแบรนด์สินค้าอีกอย่างที่สำคัญก็คือ สร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า การออกแบบแบรนด์สินค้าให้มีรายละเอียดที่ครบถ้วน มีข้อมูลบนแบรนด์ที่น่าเชื่อถือจะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้ลูกค้าจนสามารถเพิ่มยอดขายได้ เพราะอย่าลืมว่าคุณคงไม่อยากซื้อสินค้าและบริการที่ไม่มีความน่าเชื่อถือเหมือนกัน
  3. สร้างส่วนแบ่งการตลาด สินค้าประเภทเดียวกันย่อมมมีหลากหลายบริษัทที่ทำการผลิตแข่งขันกัน ทำให้ยากที่เราจะแย่งส่วนแบ่งทางการตลาดมาได้ทั้งหมด แต่หากเราสร้างแบรนด์จนเป็นที่รู้จักและติดตลาด ส่วนแบ่งการตลาดก็ย่อมเป็นของเราส่วนใหญ่

หลายท่านที่กำลังสนใจจะเปิดธุรกิจเกี่ยวกับ รับผลิตครีม ผลิตกลูต้า ผลิตคอลลาเจน รับผลิตอาหารเสริม รับผลิตเครื่องสำอาง หรือจะสร้างแบรนด์สินค้าเพื่อจำหน่ายคงจะทราบแล้วว่าแบรนด์สินค้ามีความสำคัญกับธุรกิจอย่างไร หากท่านต้องการประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจอย่าลืมใส่ใจในการสร้างแบรนสินค้า เพราะนั้นจะทำให้คุณรวยจากการทำธุรกิจได้

Onestop service

ถ้าต้องการมีผลิตภัณฑ์/แบรนด์เป็นของตัวเอง ต้องทำยังไงบ้าง

ลูกค้าควรเตรียมตัวลองศึกษารายละเอียดเบื้องต้นก่อนว่าอยากมีผลิตภัณฑ์อะไร เช่น

  1. ประเภทสินค้า เช่น ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร, วิตามิน, ยา, สมุนไพร, ครีม, เครื่องสำอาง เป็นต้น
  2. สูตร สรรพคุณ คุณประโยชน์ หน้าที่ของผลิตภัณฑ์
  3. รูปแบบผลิตภัณฑ์ เป็นเม็ดฟู่ ผงฟู่ เจลลี่ อัดเม็ด แคปซูล ผงชงดื่ม หรือ ครีม
  4. ตัวอย่างสินค้าใกล้เคียงที่ต้องการ
  5. รูป แบบบรรจุภัณฑ์ เม็ดใส่กระปุกพลาสติกใสสีชา สีขาวขุ่น มีซองกันชื้น ฝาเกลียว หรือฝาฉีก ฝากด ฉลาก กล่อง การออกเบบและพิมพ์จะทำมาให้ หรือให้โรงงานจัดหา การซีลจะใช้ ฟิล์มหด กาว หรือสติกเกอร์ เม็ด/แคปซูล ใน บริสเตอร์ฟรอย์ด ขนาด 5,10,15 ในซองอลูมิเนียมเพื่อกันความชื้น และการบรรจุกล่อง การ ซีลกล่อง ด้วยฟิล์มหด สติกเกอร์ หรือกาว โดยใช้กับกล่องฉีก เป็นต้น

มีค่าใช้ดำเนินการในการใช้บริการ OEM/ODM ประมาณเท่าไร

ลูกค้าสามารถเลือกใช้บริการต่างๆ ได้ตามที่ต้องการ ซึ่งในแต่ละขั้นตอนมีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นโดยประมาณ ดังนี้

วิจัยและพัฒนาสูตร ราคาเริ่มต้น 20,000 บาท/สูตร
จดทะเบียน อย. ราคาเริ่มต้น 15,000 บาท/สูตร
การผลิต ราคาเริ่มต้น ดูจากจำนวนการสั่งผลิตขั้นต่ำ Q3
บรรจุตัวยา/Repack ราคาเริ่มต้น 5-10 บาท/ชุด

จำนวนการสั่งผลิตขั้นต่ำ แต่ละชนิด

ด้วย นโยบายของเราที่ต้องการสนับสนุนผู้ ประกอบการขนาดเล็กหรือผู้เริ่มต้นธุรกิจ เราจึงบริการรับสั่งผลิตขั้นต่ำกว่าโรงงานอื่นๆ ทั้งในด้านราคาและจำนวน ซึ่งเรารับผลิตแต่ละชนิด ดังนี้

เม็ด (Tablet) MOQ: 30,000 เม็ด
แคปซูล (Capsule) MOQ: 30,000 เม็ด
ครีม (Cream) MOQ: 35,000 บาท
ผงชงดื่ม (Powder) MOQ: 30,000 ซอง

สนใจสอบถามเพิ่มเติม โทรปรึกษาแผนธุรกิจ ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย คลิกเลย >>>

บริษัท อินโนว่า แล็บโบราโทรี่ จำกัด

รับผลิตอาหารเสริม สร้างแบรนด์ของตนเอง เป็นเจ้าของธุรกิจด้วยงบประมาณต่ำ วิจัย และพัฒนาสูตร ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม เครื่องสำอางค์ ผลิตภายใต้แบรนด์ของลูกค้า บริการครบกระบวนการ ตั้งแต่ การวางแผนสินค้า , ดีไซน์ ,พัฒนา , การผลิต , การจัดการ รวมถึงการร่วมวางแผนทางการตลาด ช่องทางการจัดจำหน่ายต่างๆ…เพราะเราคือ หุ้นส่วนที่ดี..ที่สุด ของคุณ

8 ขั้นตอนการ รับผลิตอาหารเสริม และ การบริการ OEM

  1. Concept Product – ลูกค้าเตรียมข้อมูลความต้องการที่จะผลิตหรือจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ว่าต้องการสั่งผลิตภัณฑ์แนวไหน ราคาเท่าไหร่ ให้ผลลัพธ์แบบใด หรือขอคำปรึกษากับทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์
  2. Product formulation – ฝ่ายวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ทำการคิดค้นสูตร จัดเตรียมและเลือกใช้ส่วนผสมที่ใช้แล้วได้ผลลัพธ์ตรงตามความต้องการของ ลูกค้าโดยคัดเลือกวัตถุดิบคุณภาพสูงที่สุดในกรอบของราคาที่เหมาะสมและกลุ่ม เป้าหมายทางการตลาดที่ลูกค้ากำหนด
  3. Example prep – ในกรณีที่ลูกค้าต้องการสินค้าตัวอย่างทดลองใช้ ทางฝ่ายวิจัยและพัฒนา จะทำการเตรียมตัวอย่างผลิตภัณฑ์และจัดส่งให้แก่ลูกค้า หลังจากสรุปส่วนผสมของผลิตภัณ์และรูปแบบได้แล้ว ทางบริษัทจะทำการประเมินราคา
  4. จดแจ้งอ.ย. และเครื่องหมายการค้า – หลังจากสรุปส่วนผสมและชื่อของผลิตภัณ์ได้แล้ว ทางลูกค้าทำการวางเงินมัดจำ จำนวน 50% และเซ็นสัญญาว่าจ้างผลิต ทางบริษัทก็จะดำเนินการขึ้นทะเบียนกับทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาให้ รวดเร็วที่สุด เพื่อให้ได้รับการอณุมัติภายใน 60-120 วันทำการ รวมถึงการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า (ถ้าลูกค้าต้องการ)
  5. ออกแบบบรรจุภัณฑ์ – ทางฝ่ายงานออกแบบจะออกแบบรูปแบบบรรจุภัณฑ์ตามความต้องการของลูกค้า และนำเสนอตัวอย่างภาพผลิตภัณฑ์ในรูปแบบภาพ 3D ให้แก่ลูกค้า
  6. ผลิตสินค้า – ผลิตสินค้าด้วยกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน GMP (Good Manufacturing Practice) และใช้เครื่องจักรที่ทันสมัย มีการตรวจสอบคุณภาพวัตถุดิบอย่างเข้มงวดโดยใช้ใบรับรองการตรวจวิเคราะห์ (Certificate of Analysis : COA) ในทุกล๊อต และใช้ระบบในการบริหารจัดการคลังสินค้าแบบเข้าก่อน-ออกก่อน (First In-First Out : FIFO) เพื่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์ของลูกค้า
  7. บรรจุหีบห่อ – เมื่อสินค้าผ่านการผลิตเสร็จเรียบร้อย ทางโรงงานจะทำการบรรจุหีบห่อ ห่อฟิล์ม และบรรจุลงกล่องก่อนจัดส่งไปยังสถานที่ที่ลูกค้าต้องการ
  8. ตรวจสอบ ส่งมอบ และชำระเงินค่าสินค้าที่เหลือ – เมื่อลูกค้าได้รับสินค้าแล้ว ลูกค้าสามารถตรวจสอบสภาพสินค้าว่าตรงตามข้อกำหนดหรือมีสิ่งใดผิดพลาดจาก กระบวนการผลิตหรือไม่ ลูกค้าจึงชำระเงินส่วนที่เหลืออีก 50%
สนใจสอบถามเพิ่มเติม โทรปรึกษาแผนธุรกิจ ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย คลิกเลย >>>
แนวโน้มของธุรกิจ การผลิตอาหารเสริม

แนวโน้มของธุรกิจ การผลิตอาหารเสริม

แนวโน้มของธุรกิจการผลิตอาหารเสริม

 

สำหรับท่านที่ต้องการจะทำธุรกิจแนวอาหารเสริม ทั้งทางด้านการการจำหน่าย หรือการรับผลิตอาหารเสริม ที่ยังตัดสินใจไม่ว่าจะลงทุนทำธุรกิจประเภทอาหารเสริมดีหรือไม่ และแนวโน้มการเจริญเติบโตของธุรกิจอาหารเสริมเป็นอย่างไร วันนี้เรามีข้อมูลมาให้ศึกษาเพื่อเป็นแนวทางการตัดสินใจ

 

อาหารเสริม คืออะไร

  • ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร คือ ผลิตภัณฑ์ที่ใช้รับประทานเพื่อเพิ่มสารอาหารนอกเหนือจากการรับประทานอาหารตามปกติ อาจมีการผลิตให้อยู่ในรูปแบบของเม็ด แคปซูล ผง เกล็ด ของเหลว หรือลักษณะอื่นๆ ซึ่งอาจจะไม่ใช่มิของรูปแบบอาหารตามปกติ หน้าที่ของผลิตภัณฑ์อาหารเสริม คือ ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและมี ช่วยบำรุงสุขภาพให้ดีขึ้น ซึ่งผลิตภัณฑ์นี้กำลังเป็นที่นิยมในตลาดผู้บริโภค เพราะมีส่วนช่วยป้องกันโรคที่อาจจะเกิดจากการขาดสารอาหาร

การวิเคราะห์แนวโน้มการเจริญเติบโตของการผลิตอาหารเสริม

  • การวิเคราะห์จากแนวโน้มการดูแลสุขภาพที่เพิ่มมากและมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะตลาดในกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและธุรกิจรับเครื่องสำอางค์ เช่น เช่ยรับผลิตครีม รับผลิตกลูต้า รับผลิตสเตมเซลล์ รับผลิตคอลลาเจน ข้อมูลล่าสุดจาก Euro Monitor ได้มีการสำรวจพบว่า ตลาดรวมกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในปี 53 มีมูลค่าตลาดรวมกว่า 26600 ล้านบาท ทำให้แนวโน้มการเจริญเติบทั้งการจัดจำหน่ายอาหารเสริมและ รับผลิตอาหารเสริม มีแนวโน้มสูงขึ้น
  • การวิเคราะห์จากพฤติกรรมการบริโภคผักผลไม้ของคนไทย ในประชาชนอายุระหว่าง 18-65 ปี จำนวนทั้งสิ้น 4295 ตัวอย่าง ผลการทดสอบพบว่า คนไทยเกินครึ่ง 62.3% กินผักผลไม้ไม่เพียงพอต่อวัน 89% บริโภคผักผลไม้ไม่ครบทั้ง 5 สี 98 % ไม่รู้จักสารอาหารไฟโตนิวเทรียนท์ และสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย
  • การวิเคราะห์แรงขับเคลื่อนของตลาดอาหารเสริม คือ แนวโน้มทั้งคนหนุ่ม สาวและคนสูงอายุในประเทศไทยให้ความสนใจในการดูแลสุขภาพกันมากขึ้น
  • คนสูงอายุในประเทศไทยนั้นมีแนวโน้มที่จะอายุยืนมากขึ้นโดยมีการคาดการณ์ว่าตลาดผลิตภัณฑ์อาหารเสริมในกลุ่มคนวัยทอง ผู้สูงอายุรวมถึงกลุ่มวิตามินเสริมด้านต่างจะเติบโตไม่น้อยกว่า 20%
  • ตลาดสมุนไพรจากโอทอปของไทยที่มีมูลค่าเพิ่มจาก 1.2 หมื่นล้านบาทเป็น 1.4 หมื่นล้านบาทในปี 2558 เพราะผู้ผลิตเลือกใช้สารสกัดในการ รับผลิตอาหารเสริม ที่มาจากธรรมชาติ จึงทำให้ปลอดภัยจนเป็นที่นิยมของผู้ที่ต้องการทานอาหารเสริมเพื่อสุขภาพ

 

อาหารเสริมมีแนวโน้มการบริโภคมากขึ้นตามปัจจัยความต้องการของผู้บริโภคที่หันมานิยมรับประทานอาหารเสริมเพิ่มมากขึ้น ทำให้การทำธุรกิจไม่ว่าจะการเป็นตัวแทนจำหน่ายอาหารเสริม รับผลิตอาหารเสริม ได้รับอิทธิพลตามไปด้วยหากคุณต้องการที่จะทำธุรกิจในด้านนี้ในเวลานี้ถือว่าเป็นโอกาสทองของคุณ

ถ้าต้องการมีผลิตภัณฑ์/แบรนด์เป็นของตัวเอง ต้องทำยังไงบ้าง

ลูกค้าควรเตรียมตัวลองศึกษารายละเอียดเบื้องต้นก่อนว่าอยากมีผลิตภัณฑ์อะไร เช่น

  1. ประเภทสินค้า เช่น ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร, วิตามิน, ยา, สมุนไพร, ครีม, เครื่องสำอาง เป็นต้น
  2. สูตร สรรพคุณ คุณประโยชน์ หน้าที่ของผลิตภัณฑ์
  3. รูปแบบผลิตภัณฑ์ เป็นเม็ดฟู่ ผงฟู่ เจลลี่ อัดเม็ด แคปซูล ผงชงดื่ม หรือ ครีม
  4. ตัวอย่างสินค้าใกล้เคียงที่ต้องการ
  5. รูป แบบบรรจุภัณฑ์ เม็ดใส่กระปุกพลาสติกใสสีชา สีขาวขุ่น มีซองกันชื้น ฝาเกลียว หรือฝาฉีก ฝากด ฉลาก กล่อง การออกเบบและพิมพ์จะทำมาให้ หรือให้โรงงานจัดหา การซีลจะใช้ ฟิล์มหด กาว หรือสติกเกอร์ เม็ด/แคปซูล ใน บริสเตอร์ฟรอย์ด ขนาด 5,10,15 ในซองอลูมิเนียมเพื่อกันความชื้น และการบรรจุกล่อง การ ซีลกล่อง ด้วยฟิล์มหด สติกเกอร์ หรือกาว โดยใช้กับกล่องฉีก เป็นต้น

มีค่าใช้ดำเนินการในการใช้บริการ OEM/ODM ประมาณเท่าไร

ลูกค้าสามารถเลือกใช้บริการต่างๆ ได้ตามที่ต้องการ ซึ่งในแต่ละขั้นตอนมีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นโดยประมาณ ดังนี้

วิจัยและพัฒนาสูตร ราคาเริ่มต้น 20,000 บาท/สูตร
จดทะเบียน อย. ราคาเริ่มต้น 15,000 บาท/สูตร
การผลิต ราคาเริ่มต้น ดูจากจำนวนการสั่งผลิตขั้นต่ำ Q3
บรรจุตัวยา/Repack ราคาเริ่มต้น 5-10 บาท/ชุด

จำนวนการสั่งผลิตขั้นต่ำ แต่ละชนิด

ด้วย นโยบายของเราที่ต้องการสนับสนุนผู้ ประกอบการขนาดเล็กหรือผู้เริ่มต้นธุรกิจ เราจึงบริการรับสั่งผลิตขั้นต่ำกว่าโรงงานอื่นๆ ทั้งในด้านราคาและจำนวน ซึ่งเรารับผลิตแต่ละชนิด ดังนี้

เม็ด (Tablet) MOQ: 30,000 เม็ด
แคปซูล (Capsule) MOQ: 30,000 เม็ด
ครีม (Cream) MOQ: 35,000 บาท
ผงชงดื่ม (Powder) MOQ: 30,000 ซอง

สนใจสอบถามเพิ่มเติม โทรปรึกษาแผนธุรกิจ ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย คลิกเลย >>>

บริษัท อินโนว่า แล็บโบราโทรี่ จำกัด

รับผลิตอาหารเสริม สร้างแบรนด์ของตนเอง เป็นเจ้าของธุรกิจด้วยงบประมาณต่ำ วิจัย และพัฒนาสูตร ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม เครื่องสำอางค์ ผลิตภายใต้แบรนด์ของลูกค้า บริการครบกระบวนการ ตั้งแต่ การวางแผนสินค้า , ดีไซน์ ,พัฒนา , การผลิต , การจัดการ รวมถึงการร่วมวางแผนทางการตลาด ช่องทางการจัดจำหน่ายต่างๆ…เพราะเราคือ หุ้นส่วนที่ดี..ที่สุด ของคุณ

8 ขั้นตอนการ รับผลิตอาหารเสริม และ การบริการ OEM

  1. Concept Product – ลูกค้าเตรียมข้อมูลความต้องการที่จะผลิตหรือจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ว่าต้องการสั่งผลิตภัณฑ์แนวไหน ราคาเท่าไหร่ ให้ผลลัพธ์แบบใด หรือขอคำปรึกษากับทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์
  2. Product formulation – ฝ่ายวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ทำการคิดค้นสูตร จัดเตรียมและเลือกใช้ส่วนผสมที่ใช้แล้วได้ผลลัพธ์ตรงตามความต้องการของ ลูกค้าโดยคัดเลือกวัตถุดิบคุณภาพสูงที่สุดในกรอบของราคาที่เหมาะสมและกลุ่ม เป้าหมายทางการตลาดที่ลูกค้ากำหนด
  3. Example prep – ในกรณีที่ลูกค้าต้องการสินค้าตัวอย่างทดลองใช้ ทางฝ่ายวิจัยและพัฒนา จะทำการเตรียมตัวอย่างผลิตภัณฑ์และจัดส่งให้แก่ลูกค้า หลังจากสรุปส่วนผสมของผลิตภัณ์และรูปแบบได้แล้ว ทางบริษัทจะทำการประเมินราคา
  4. จดแจ้งอ.ย. และเครื่องหมายการค้า – หลังจากสรุปส่วนผสมและชื่อของผลิตภัณ์ได้แล้ว ทางลูกค้าทำการวางเงินมัดจำ จำนวน 50% และเซ็นสัญญาว่าจ้างผลิต ทางบริษัทก็จะดำเนินการขึ้นทะเบียนกับทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาให้ รวดเร็วที่สุด เพื่อให้ได้รับการอณุมัติภายใน 60-120 วันทำการ รวมถึงการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า (ถ้าลูกค้าต้องการ)
  5. ออกแบบบรรจุภัณฑ์ – ทางฝ่ายงานออกแบบจะออกแบบรูปแบบบรรจุภัณฑ์ตามความต้องการของลูกค้า และนำเสนอตัวอย่างภาพผลิตภัณฑ์ในรูปแบบภาพ 3D ให้แก่ลูกค้า
  6. ผลิตสินค้า – ผลิตสินค้าด้วยกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน GMP (Good Manufacturing Practice) และใช้เครื่องจักรที่ทันสมัย มีการตรวจสอบคุณภาพวัตถุดิบอย่างเข้มงวดโดยใช้ใบรับรองการตรวจวิเคราะห์ (Certificate of Analysis : COA) ในทุกล๊อต และใช้ระบบในการบริหารจัดการคลังสินค้าแบบเข้าก่อน-ออกก่อน (First In-First Out : FIFO) เพื่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์ของลูกค้า
  7. บรรจุหีบห่อ – เมื่อสินค้าผ่านการผลิตเสร็จเรียบร้อย ทางโรงงานจะทำการบรรจุหีบห่อ ห่อฟิล์ม และบรรจุลงกล่องก่อนจัดส่งไปยังสถานที่ที่ลูกค้าต้องการ
  8. ตรวจสอบ ส่งมอบ และชำระเงินค่าสินค้าที่เหลือ – เมื่อลูกค้าได้รับสินค้าแล้ว ลูกค้าสามารถตรวจสอบสภาพสินค้าว่าตรงตามข้อกำหนดหรือมีสิ่งใดผิดพลาดจาก กระบวนการผลิตหรือไม่ ลูกค้าจึงชำระเงินส่วนที่เหลืออีก 50%
สนใจสอบถามเพิ่มเติม โทรปรึกษาแผนธุรกิจ ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย คลิกเลย >>>
การผลิตอาหารเสริม ให้มีความปลอดภัย ต่อผู้บริโภค

การผลิตอาหารเสริม ให้มีความปลอดภัย ต่อผู้บริโภค

การผลิตอาหารเสริม ให้มีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค

การ ผลิตอาหารเสริม จะให้ดีและมีคุณภาพนั้น นอกจากจะต้องใส่ใจในความสะอาดและกรรมวิธีการผลิตของ โรงงานผลิตอาหารเสริม ของคุณให้เรียบร้อยแล้ว คุณยังจะต้องทำให้งานรับผลิตอาหารเสริม ของคุณผ่านการรับรองมาตรฐานต่างๆ ตามที่กำหนดไว้ด้วย

ความหมายของมาตรฐาน   องค์การระหว่างประเทศว่าด้วยการมาตรฐาน International Organization for Standardization-ISO ได้ให้คำนิยาม คือ  เอกสารที่จัดทำขึ้นจากการเห็นพ้องต้องกัน และได้รับความเห็นชอบจากองค์กรอันเป็นที่ยอมรับกันทั่วไป ซึ่งเอกสารดังกล่าวนี้ได้วางกฎระเบียบแนวทางการปฏิบัติหรือลักษณะเฉพาะกิจกรรม หรือผลที่เกิดขึ้นของกิจกรรมนั้น ๆ เพื่อให้เป็นหลักเกณฑ์ใช้กันทั่วไปจนเป็นปกติวิสัย โดยมุ่งให้บรรลุถึงความสำเร็จสูงสุดตามข้อกำหนดที่วางไว้

มาตรฐานระบบการบริหารงานต่างๆ

  1. มาตรฐานระบบการบริหารงานคุณภาพ ISO 9000 (Quality Management System : QMS) เป็นมาตรฐานสากลสำหรับการบริหารงาน ในองค์กรที่นิยมนำไปใช้กันอย่างแพร่หลายโดยมีจุดประสงค์เพื่อใช้ในการพัฒนาองค์กรให้มีกระบวนการทำงานที่มีประสิทธิภาพและมีคุณภาพ สามารถนำไปใช้ได้ทั้งในภาคอุตสาหกรรมและในการบริการ มาตฐานดังกล่าวจะช่วยให้ลูกค้าเกิดความเชื่อใจและมั่นใจในองค์กรมากขึ้น
  • มาตรฐานในองค์กรมีทั้งหมด 4 ฉบับ ได้แก่
  • ISO 9000 :ระบบการบริหารงานคุณภาพ คือ หลักการพื้นฐานและคำศัพท์
  • ISO 9001 :ระบบการบริหารงานคุณภาพ คือ ข้อกำหนด
  • ISO 9004 :ระบบการบริหารงานคุณภาพ คือ แนวทางการปรับปรุงสมรรถนะในการทำงานและบริหาร
  • ISO 1901 คือ แนวทางในการตรวจประเมินระบบการบริหารงานคุณภาพ หรือระบบในการจัดการสิ่งแวดล้อม
  • มาตรฐานของระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001 (Environment Management System : EMS) เป็น มาตรฐานที่มีความสำคัญมากในองค์กร เพราะได้กำหนดขึ้นเพื่อสนับสนุนในการรักษาสิ่งแวดล้อมของหน่วยงาน หรือองค์กร ที่ครอบคลุมรวมไปถึง การจัดระบบ การปฏิบัติงาน โครงสร้างองค์กร  การกำหนดความรับผิดชอบ ระเบียบปฏิบัติ และกระบวนการและการใช้ทรัพยากรที่ต้องเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อให้มีสร้างจิตสำนึกที่ดีร่วมกันในการรักษาไว้ซึ่งสิ่งแวดล้อมให้ดีในหน่วยงานหรือในองค์กร
  • มาตรฐานระบบของการจัดการอาชีวอนามัยและระบบความปลอดภัย มอก. 18001 คือ ระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในองค์กร ซึ่งเป็นเรื่องที่มีความสำคัญต่อทุกคนเป็นอย่างมาก และยังเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องหน่วยงานหรือองค์กร
  • มาตรฐานห้องปฏิบัติการสอบเทียบและห้องปฏิบัติการทดสอบ ISO/IEC 17025 มาตรฐานนี้จะถูกทดสอบโดยหน่วยงานที่น่าเชื่อถือและเป็นที่ยอมรับมีอุปกรณ์ในการทดสอบที่ดี เพื่อเป็นการยืนยันว่าผลิตภัณฑ์ของคุณมีคุณภาพและมีความปลอดภัย 2543 ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานสากล

โรงงานผลิตอาหารเสริม ที่มาตรฐานทั้งทางด้านความปลอดภัย การจัดการ และการบริหารต่างๆ ย่อมส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีให้กับธุรกิจของคุณ และสามารถทำให้ลูกค้าเกิดความไว้วางใจได้อีกด้วย

ถ้าต้องการมีผลิตภัณฑ์/แบรนด์เป็นของตัวเอง ต้องทำยังไงบ้าง

ลูกค้าควรเตรียมตัวลองศึกษารายละเอียดเบื้องต้นก่อนว่าอยากมีผลิตภัณฑ์อะไร เช่น

  1. ประเภทสินค้า เช่น ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร, วิตามิน, ยา, สมุนไพร, ครีม, เครื่องสำอาง เป็นต้น
  2. สูตร สรรพคุณ คุณประโยชน์ หน้าที่ของผลิตภัณฑ์
  3. รูปแบบผลิตภัณฑ์ เป็นเม็ดฟู่ ผงฟู่ เจลลี่ อัดเม็ด แคปซูล ผงชงดื่ม หรือ ครีม
  4. ตัวอย่างสินค้าใกล้เคียงที่ต้องการ
  5. รูป แบบบรรจุภัณฑ์ เม็ดใส่กระปุกพลาสติกใสสีชา สีขาวขุ่น มีซองกันชื้น ฝาเกลียว หรือฝาฉีก ฝากด ฉลาก กล่อง การออกเบบและพิมพ์จะทำมาให้ หรือให้โรงงานจัดหา การซีลจะใช้ ฟิล์มหด กาว หรือสติกเกอร์ เม็ด/แคปซูล ใน บริสเตอร์ฟรอย์ด ขนาด 5,10,15 ในซองอลูมิเนียมเพื่อกันความชื้น และการบรรจุกล่อง การ ซีลกล่อง ด้วยฟิล์มหด สติกเกอร์ หรือกาว โดยใช้กับกล่องฉีก เป็นต้น

มีค่าใช้ดำเนินการในการใช้บริการ OEM/ODM ประมาณเท่าไร

ลูกค้าสามารถเลือกใช้บริการต่างๆ ได้ตามที่ต้องการ ซึ่งในแต่ละขั้นตอนมีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นโดยประมาณ ดังนี้

วิจัยและพัฒนาสูตร ราคาเริ่มต้น 20,000 บาท/สูตร
จดทะเบียน อย. ราคาเริ่มต้น 15,000 บาท/สูตร
การผลิต ราคาเริ่มต้น ดูจากจำนวนการสั่งผลิตขั้นต่ำ Q3
บรรจุตัวยา/Repack ราคาเริ่มต้น 5-10 บาท/ชุด

จำนวนการสั่งผลิตขั้นต่ำ แต่ละชนิด

ด้วย นโยบายของเราที่ต้องการสนับสนุนผู้ ประกอบการขนาดเล็กหรือผู้เริ่มต้นธุรกิจ เราจึงบริการรับสั่งผลิตขั้นต่ำกว่าโรงงานอื่นๆ ทั้งในด้านราคาและจำนวน ซึ่งเรารับผลิตแต่ละชนิด ดังนี้

เม็ด (Tablet) MOQ: 30,000 เม็ด
แคปซูล (Capsule) MOQ: 30,000 เม็ด
ครีม (Cream) MOQ: 35,000 บาท
ผงชงดื่ม (Powder) MOQ: 30,000 ซอง

สนใจสอบถามเพิ่มเติม โทรปรึกษาแผนธุรกิจ ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย คลิกเลย >>>

บริษัท อินโนว่า แล็บโบราโทรี่ จำกัด

รับผลิตอาหารเสริม สร้างแบรนด์ของตนเอง เป็นเจ้าของธุรกิจด้วยงบประมาณต่ำ วิจัย และพัฒนาสูตร ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม เครื่องสำอางค์ ผลิตภายใต้แบรนด์ของลูกค้า บริการครบกระบวนการ ตั้งแต่ การวางแผนสินค้า , ดีไซน์ ,พัฒนา , การผลิต , การจัดการ รวมถึงการร่วมวางแผนทางการตลาด ช่องทางการจัดจำหน่ายต่างๆ…เพราะเราคือ หุ้นส่วนที่ดี..ที่สุด ของคุณ

8 ขั้นตอนการ รับผลิตอาหารเสริม และ การบริการ OEM

  1. Concept Product – ลูกค้าเตรียมข้อมูลความต้องการที่จะผลิตหรือจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ว่าต้องการสั่งผลิตภัณฑ์แนวไหน ราคาเท่าไหร่ ให้ผลลัพธ์แบบใด หรือขอคำปรึกษากับทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์
  2. Product formulation – ฝ่ายวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ทำการคิดค้นสูตร จัดเตรียมและเลือกใช้ส่วนผสมที่ใช้แล้วได้ผลลัพธ์ตรงตามความต้องการของ ลูกค้าโดยคัดเลือกวัตถุดิบคุณภาพสูงที่สุดในกรอบของราคาที่เหมาะสมและกลุ่ม เป้าหมายทางการตลาดที่ลูกค้ากำหนด
  3. Example prep – ในกรณีที่ลูกค้าต้องการสินค้าตัวอย่างทดลองใช้ ทางฝ่ายวิจัยและพัฒนา จะทำการเตรียมตัวอย่างผลิตภัณฑ์และจัดส่งให้แก่ลูกค้า หลังจากสรุปส่วนผสมของผลิตภัณ์และรูปแบบได้แล้ว ทางบริษัทจะทำการประเมินราคา
  4. จดแจ้งอ.ย. และเครื่องหมายการค้า – หลังจากสรุปส่วนผสมและชื่อของผลิตภัณ์ได้แล้ว ทางลูกค้าทำการวางเงินมัดจำ จำนวน 50% และเซ็นสัญญาว่าจ้างผลิต ทางบริษัทก็จะดำเนินการขึ้นทะเบียนกับทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาให้ รวดเร็วที่สุด เพื่อให้ได้รับการอณุมัติภายใน 60-120 วันทำการ รวมถึงการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า (ถ้าลูกค้าต้องการ)
  5. ออกแบบบรรจุภัณฑ์ – ทางฝ่ายงานออกแบบจะออกแบบรูปแบบบรรจุภัณฑ์ตามความต้องการของลูกค้า และนำเสนอตัวอย่างภาพผลิตภัณฑ์ในรูปแบบภาพ 3D ให้แก่ลูกค้า
  6. ผลิตสินค้า – ผลิตสินค้าด้วยกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน GMP (Good Manufacturing Practice) และใช้เครื่องจักรที่ทันสมัย มีการตรวจสอบคุณภาพวัตถุดิบอย่างเข้มงวดโดยใช้ใบรับรองการตรวจวิเคราะห์ (Certificate of Analysis : COA) ในทุกล๊อต และใช้ระบบในการบริหารจัดการคลังสินค้าแบบเข้าก่อน-ออกก่อน (First In-First Out : FIFO) เพื่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์ของลูกค้า
  7. บรรจุหีบห่อ – เมื่อสินค้าผ่านการผลิตเสร็จเรียบร้อย ทางโรงงานจะทำการบรรจุหีบห่อ ห่อฟิล์ม และบรรจุลงกล่องก่อนจัดส่งไปยังสถานที่ที่ลูกค้าต้องการ
  8. ตรวจสอบ ส่งมอบ และชำระเงินค่าสินค้าที่เหลือ – เมื่อลูกค้าได้รับสินค้าแล้ว ลูกค้าสามารถตรวจสอบสภาพสินค้าว่าตรงตามข้อกำหนดหรือมีสิ่งใดผิดพลาดจาก กระบวนการผลิตหรือไม่ ลูกค้าจึงชำระเงินส่วนที่เหลืออีก 50%
สนใจสอบถามเพิ่มเติม โทรปรึกษาแผนธุรกิจ ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย คลิกเลย >>>

GMP และ HACCP คืออะไร ???

GMP และ HACCP คืออะไร???

GMP standard

GMP คือ Good Manufacturing Practice (GMP) 

หรือ หลักเกณฑ์และวิธีการที่ดีในการผลิตอาหาร จัดทำขึ้นโดยหน่วยงานมาตรฐานอาหารระหว่างประเทศ หรือ โคเด็กซ์ (CODEX) เพื่อให้สมาชิกทั่วโลกใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค GMP เป็นเกณฑ์ หรือข้อกำหนดพื้นฐานที่จำเป็นในการผลิตและควบคุม เพื่อให้ผู้ผลิตปฏิบัติตามและทำให้สามารถผลิตอาหารได้อย่างปลอดภัย

มีเนื้อหาคลอบคลุม 6 ประการ คือ

1. สุขลักษณะของสถานที่ตั้งและอาคารผลิต
2. เครื่องมือ เครื่องจักร และอุปกรณ์ ที่ใช้ในการผลิต
3. การควบคุมกระบวนการผลิต
4. การสุขาภิบาล
5. การบำรุงรักษาและการทำความสะอาด
6. บุคลากร

HACCP เป็นมาตรฐานการผลิต ที่มีมาตรการป้องกันอันตราย ที่ผู้บริโภคอาจได้รับจากการบริโภคอาหาร หลายท่านอาจสงสัยว่า ระบบ HACCP ที่กล่าวถึงนั้นคืออะไร มีความสำคัญต่อประเทศไทย ในฐานะประเทศ ผู้ผลิตอาหารเลี้ยงประชากรโลกอย่างไร ใครบ้างที่มีบทบาทเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ ประเทศไทยได้ดำเนินการในเรื่องนี้ไปแล้วเพียงใด รวมทั้งประโยชน์ที่ได้รับ จากการใช้ระบบนี้คืออะไร

HACCP หรืออาจอ่านว่า แฮซเซป เป็นตัวย่อจากคำภาษาอังกฤษ ที่ว่า Hazard Analysis Critical Control Point ซึ่งหมายถึง การวิเคราะห์อันตราย จุดควบคุมวิกฤต เป็นแนวคิดเกี่ยวกับ มาตรการป้องกันอันตราย ที่อาจเกิดขึ้น ในแต่ละขั้นตอน ของการดำเนินกิจกรรมใด ๆ โดยมีกระบวนการดำเนินงานเชิงวิทยาศาสตร์ คือมีการศึกษาถึงอันตราย หาทางป้องกันไว้ล่วงหน้า รวมทั้งมีการควบคุม และเฝ้าระวัง เพื่อให้แน่ใจว่า มาตรการป้องกัน ที่กำหนดขึ้นนั้น มีประสิทธิภาพตลอดเวลา ที่มาของการเปลี่ยนแนวคิด HACCP ให้เป็นวิธีปฏิบัติในอุตสาหกรรมอาหารเกิดขึ้น ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2502 โดยบริษัทพิลสเบอรี่ในสหรัฐอเมริกา ต้องการระบบงาน ที่สามารถใช้สร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัย สำหรับการผลิตอาหาร ให้แก่นักบินอวกาศ ในโครงการ ขององค์การนาซ่า แห่งสหรัฐอเมริกา

นับแต่นั้นเป็นต้นมา ทั้งภาคอุตสาหกรรมอาหาร สถาบันทางวิชาการ และองค์กร ที่มีหน้าที่ควบคุมดูแล ด้านอาหารของสหรัฐอเมริกา ก็เริ่มให้ความสนใจ ในระบบ HACCP จึงได้มีการส่งเสริม และนำไปปรับใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร ประเภทต่าง ๆ องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา ได้ใช้แนวคิดนี้ ในการแก้ปัญหาที่ผู้บริโภคได้รับอันตรายจากอาหารกระป๋อง เนื่องจากสารพิษของแบคทีเรีย คือ botulinum toxins สารพิษนี้ มีอันตรายต่อผู้บริโภคสูงมาก แม้ร่างกายจะได้รับในปริมาณเพียงเล็กน้อย ก็อาจถึงแก่ชีวิตได้ จึงได้มีการกำหนด จุดควบคุมวิกฤต ในกฎหมายที่ควบคุมกรรมวิธี การผลิตอาหารกระป๋อง ที่มีความเป็นกรดต่ำ

ต่อมาองค์การอาหาร และเกษตรแห่งสหประชาชาติ และองค์การอนามัยโลกได้เห็นความสำคัญ ของการประยุกต์ใช้ HACCP ในกระบวนการผลิตอาหาร ในระดับต่าง ๆ ตั้งแต่ในครัวเรือน การผลิตวัตถุดิบ ที่เป็นอาหาร จนถึงอุตสาหกรรมอาหาร ขนาดใหญ่ในที่สุดคณะกรรมาธิการว่าด้วยมาตรฐานอาหาร ระหว่างประเทศ ซึ่งมีรัฐบาลของประเทศต่าง ๆ เป็นสมาชิก อยู่เป็นจำนวนมาก ได้จัดทำเอกสารวิชาการ เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติ ในการประยุกต์ใช้ HACCP สำหรับการผลิตอาหารขึ้น พร้อมทั้งมีนโยบาย สนับสนุนการใช้ HACCP ในกระบวนการผลิตอาหาร เพื่อการค้าระหว่างประเทศ ทำให้ระบบ HACCP เป็นที่ยอมรับ และนานาชาติ ให้ความสำคัญ เอกสารวิชาการ เกี่ยวกับระบบ HACCP และแนวทางการนำไปใช้ ที่คณะกรรมาธิการว่าด้วยมาตรฐานอาหารระหว่างประเทศ จัดทำขึ้นฉบับล่าสุด เป็นฉบับปรับปรุงครั้งที่ 3 ออกเมื่อปี พ.ศ. 2540หลักการสำคัญของระบบ HACCP

หลักการสำคัญของระบบ HACCP มี 7 ประการกล่าวคือ

  • หลักการที่ 1 การวิเคราะห์อันตราย จากผลิตภัณฑ์นั้น ๆ ที่อาจมีต่อผู้บริโภค ที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย โดยการประเมิน ความรุนแรงและโอกาส ที่จะเกิดอันตรายต่าง ๆ ในทุกขั้นตอนการผลิต จากนั้นจึงกำหนด วิธีการป้องกัน เพื่อลดหรือขจัดอันตรายเหล่านั้น
  • หลักการที่ 2 การกำหนดจุดควบคุมวิกฤต ในกระบวนการผลิต จุดควบคุมวิกฤต หมายถึง ตำแหน่งวิธีการ หรือขั้นตอนในกระบวนการผลิต ซึ่งหากสามารถควบคุม ให้อยู่ในค่า หรือลักษณะที่กำหนดไว้ได้แล้ว จะทำให้มีการขจัดอันตรายหรือลดการเกิดอันตรายจากผลิตภัณฑ์นั้นได้
  • หลักการที่ 3 การกำหนดค่าวิกฤต ณ จุดควบคุมวิกฤต ค่าวิกฤต อาจเป็นค่าตัวเลข หรือลักษณะเป้าหมาย ของคุณภาพ ด้านความปลอดภัย ที่ต้องการของผลผลิต ณ จุดควบคุมวิกฤต ซึ่งกำหนดขึ้น เป็นเกณฑ์สำหรับการควบคุม เพื่อให้แน่ใจว่า จุดควบคุมวิกฤต อยู่ภายใต้การควบคุม
  • หลักการที่ 4 ทำการเฝ้าระวัง โดยกำหนดขึ้น อย่างเป็นระบบ มีแผนการตรวจสอบ หรือเฝ้าสังเกตการณ์ และบันทึกข้อมูล เพื่อให้เชื่อมั่นได้ว่า การปฏิบัติงาน ณ จุดควบคุมวิกฤต มีการควบคุม อย่างถูกต้อง
  • หลักการที่ 5 กำหนดมาตรการแก้ไข สำหรับข้อบกพร่อง และใช้มาตรการนั้นทันที กรณีที่พบว่า จุดควบคุมวิกฤต ไม่อยู่ภายใต้ การควบคุมตามค่าวิกฤต ที่กำหนดไว้
  • หลักการที่ 6 ทบทวนประสิทธิภาพ ของระบบ HACCP ที่ใช้งานอยู่ รวมทั้งใช้ผล การวิเคราะห์ทดสอบ ทางห้องปฏิบัติการ เพื่อประกอบการพิจารณา ในการยืนยันว่าระบบ HACCP ที่ใช้อยู่นั้น มีประสิทธิภาพเพียงพอ ที่จะสร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัย ของผลิตภัณฑ์ได้
  • หลักการที่ 7 จัดทำระบบบันทึก และเก็บรักษาข้อมูล ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิตและผลิตภัณฑ์อาหารแต่ละชนิดไว้ เพื่อเป็นหลักฐาน ให้สามารถค้นได้เมื่อจำเป็น

จากหลักการทั้ง 7 ประการนี้ ทำให้ต้องมีการจัดทำ วิธีปฏิบัติในรายละเอียด ให้เหมาะสมกับ แต่ละผลิตภัณฑ์ แต่ละกระบวนการผลิต แต่ละสถานที่ผลิต เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ ในการป้องกันอันตราย อย่างเต็มที่ วิธีการที่ใช้ ในระบบ HACCP เป็นกระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์ มีการศึกษารวบรวม วิเคราะห์ข้อมูล ตัดสินใจ วางแผน ดำเนินงานตามแผน ติดตามกำกับดูแล การปฏิบัติงานในระบบ แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น และทบทวนประสิทธิภาพ ของระบบอยู่ตลอดเวลา จึงจำเป็นที่ ผู้ประกอบการผลิตอาหาร ที่จะใช้ระบบนี้ ต้องจัดตั้งทีมงาน ซึ่งประกอบด้วยผู้มีความรู้ ความชำนาญหลายสาขา เช่น ด้านวิทยาศาสตร์การอาหาร วิศวกรรมโรงงาน สุขาภิบาลอาหาร หรืออื่น ๆ ตามความจำเป็น เพื่อทำหน้าที่พัฒนา ระบบจัดทำเอกสาร และตรวจประเมินผล การปฏิบัติงาน

ขอบคุณข้อมูลจาก www.thaifactory.com

HACCP
กลยุทธ์ดีๆ สำหรับ ธุรกิจอาหารเสริมและเครื่องสำอาง

กลยุทธ์ดีๆ สำหรับ ธุรกิจอาหารเสริมและเครื่องสำอาง

กลยุทธ์ดีๆ สำหรับ ธุรกิจอาหารเสริม และ เครื่องสำอาง

ในปัจจุบันนี้ผู้คนส่วนใหญ่หันมาประกอบอาชีพทำ ธุรกิจส่วนตัว กันมากขึ้น เนื่องจากเป็นอาชีพที่มีอิสระและได้เป็นเจ้านายของตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจเกี่ยวกับความสวยความงามที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในขณะนี้ ยกตัวอย่างเช่นธุรกิจ เครื่องสำอาง และ อาหารเสริม เป็นต้น แต่การจะบริหารธุรกิจให้มั่นคงและมีความแข็งแกร่งขึ้นนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เพราะต้องอาศัยทั้งความเชี่ยวชาญและระเบียบวินัยที่ดีของผู้ประกอบการเอง ซึ่งวันนี้เราก็มีเทคนิคดีๆ ที่จะช่วยให้ธุรกิจประสบความสำเร็จมาฝากกันค่ะ

1.    อย่างแรกที่จะช่วยดึงดูดใจลูกค้าให้หันมาสนใจซื้อผลิตภัณฑ์ของเราก็คือ คุณภาพ หากสินค้าของเรามีคุณภาพที่ดี ถูกสุขอนามัย มีกรรมวิธีการผลิตที่ปลอดภัยและทันสมัย ผลิตกับ โรงงานผลิตอาหารเสริม หรือ เครื่องสำอาง ที่ได้มาตรฐาน GMP ตามหลักสากลและมีสถาบันต่างๆ รับรอง ก็จะช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้าของเราได้อย่างรวดเร็วขึ้นแน่นอนค่ะ
2.    อย่างที่สองคือบรรจุภัณฑ์ นอกจากสินค้าที่มีคุณภาพแล้ว บรรจุภัณฑ์ของเรายังควรมีความสวยงาม มีความโดดเด่น เป็นเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร น่าดึงดูดใจและควรผลิตให้ตรงใจกับกลุ่มเป้าหมายของเราอีกด้วยค่ะ
3.    อย่างที่สามคือการบริการ เราควรให้บริการลูกค้าด้วยความเป็นมิตร อบอุ่นและเป็นกันเอง ทักทายอย่างร่าเริงแจ่มใส พูดจาไพเราะ เพื่อสร้างฐานลูกค้าใหม่ให้กลายเป็นลูกค้าประจำในอนาคตและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อลูกค้าเดิมด้วยเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น หากมีลูกค้าเดิมที่เข้ามาใช้บริการเป็นประจำ เราก็ควรจดจำรายละเอียดของลูกค้าคนนั้นๆ ทั้งชื่อของลูกค้าและสินค้าที่ลูกค้ามาซื้ออยู่เป็นประจำ เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกเหมือนเป็นคนสำคัญ นอกจากนี้เรายังควรมีความรู้ในเรื่องของสินค้าเป็นอย่างดี สามารถให้ข้อมูลและแนะนำสินค้าให้กับลูกค้าได้ รวมทั้งคอยให้บริการและดูแลเอาใจใส่อยู่เสมอ
4.    อย่างที่สี่คือการตลาดที่ดึงดูดใจลูกค้า เราควรคิดหากลยุทธ์วิธีในการส่งเสริมการขายเพื่อเชิญชวนลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการร้านของเรามากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น โปรโมชั่นซื้อ 1 แถม 1 หรือซื้อชิ้นที่สองลด 50% เป็นต้น
5.    อย่างที่ห้าคือการพัฒนาศักยภาพของตนเองอยู่เสมอ เจ้าของธุรกิจควรจะต้องหมั่นเรียนรู้ ศึกษาค้นคว้า และพัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลาเพื่อให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงที่ดำเนินไปอย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังควรวิเคราะห์ถึงความต้องการของตลาดและผู้บริโภค เพื่อให้ทราบว่าสินค้าชนิดใดที่กำลังเป็นที่ต้องการ หรือกลุ่มเป้าหมายกำลังมองหาสินค้าประเภทใด รวมทั้งจุดเด่นจุดด้อยของคู่แข่งเพื่อนำมาปรับใช้ในการพัฒนาร้านค้าต่อไปในอนาคต

การที่ธุรกิจใดๆ ก็ตามจะสามารถประสบความสำเร็จได้นั้น ขึ้นอยู่กับความสร้างสรรค์ในการผลิตสินค้าให้ออกมาดูดีและเป็นเอกลักษณ์ ความมีระเบียบวินัย ซื่อสัตย์ ให้บริการอย่างจริงใจ อดทน และไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคที่จะต้องเผชิญและพัฒนาศักยภาพของตนเองอยู่เสมอเพื่อให้ธุรกิจเจริญเติบโตต่อไปได้อย่างยั่งยืน

ถ้าต้องการมีผลิตภัณฑ์/แบรนด์เป็นของตัวเอง ต้องทำยังไงบ้าง

ลูกค้าควรเตรียมตัวลองศึกษารายละเอียดเบื้องต้นก่อนว่าอยากมีผลิตภัณฑ์อะไร เช่น

  1. ประเภทสินค้า เช่น ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร, วิตามิน, ยา, สมุนไพร, ครีม, เครื่องสำอาง เป็นต้น
  2. สูตร สรรพคุณ คุณประโยชน์ หน้าที่ของผลิตภัณฑ์
  3. รูปแบบผลิตภัณฑ์ เป็นเม็ดฟู่ ผงฟู่ เจลลี่ อัดเม็ด แคปซูล ผงชงดื่ม หรือ ครีม
  4. ตัวอย่างสินค้าใกล้เคียงที่ต้องการ
  5. รูป แบบบรรจุภัณฑ์ เม็ดใส่กระปุกพลาสติกใสสีชา สีขาวขุ่น มีซองกันชื้น ฝาเกลียว หรือฝาฉีก ฝากด ฉลาก กล่อง การออกเบบและพิมพ์จะทำมาให้ หรือให้โรงงานจัดหา การซีลจะใช้ ฟิล์มหด กาว หรือสติกเกอร์ เม็ด/แคปซูล ใน บริสเตอร์ฟรอย์ด ขนาด 5,10,15 ในซองอลูมิเนียมเพื่อกันความชื้น และการบรรจุกล่อง การ ซีลกล่อง ด้วยฟิล์มหด สติกเกอร์ หรือกาว โดยใช้กับกล่องฉีก เป็นต้น

มีค่าใช้ดำเนินการในการใช้บริการ OEM/ODM ประมาณเท่าไร

ลูกค้าสามารถเลือกใช้บริการต่างๆ ได้ตามที่ต้องการ ซึ่งในแต่ละขั้นตอนมีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นโดยประมาณ ดังนี้

วิจัยและพัฒนาสูตร ราคาเริ่มต้น 20,000 บาท/สูตร
จดทะเบียน อย. ราคาเริ่มต้น 15,000 บาท/สูตร
การผลิต ราคาเริ่มต้น ดูจากจำนวนการสั่งผลิตขั้นต่ำ Q3
บรรจุตัวยา/Repack ราคาเริ่มต้น 5-10 บาท/ชุด

จำนวนการสั่งผลิตขั้นต่ำ แต่ละชนิด

ด้วย นโยบายของเราที่ต้องการสนับสนุนผู้ ประกอบการขนาดเล็กหรือผู้เริ่มต้นธุรกิจ เราจึงบริการรับสั่งผลิตขั้นต่ำกว่าโรงงานอื่นๆ ทั้งในด้านราคาและจำนวน ซึ่งเรารับผลิตแต่ละชนิด ดังนี้

เม็ด (Tablet) MOQ: 30,000 เม็ด
แคปซูล (Capsule) MOQ: 30,000 เม็ด
ครีม (Cream) MOQ: 35,000 บาท
ผงชงดื่ม (Powder) MOQ: 30,000 ซอง

สนใจสอบถามเพิ่มเติม โทรปรึกษาแผนธุรกิจ ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย คลิกเลย >>>

บริษัท อินโนว่า แล็บโบราโทรี่ จำกัด

รับผลิตอาหารเสริม สร้างแบรนด์ของตนเอง เป็นเจ้าของธุรกิจด้วยงบประมาณต่ำ วิจัย และพัฒนาสูตร ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม เครื่องสำอางค์ ผลิตภายใต้แบรนด์ของลูกค้า บริการครบกระบวนการ ตั้งแต่ การวางแผนสินค้า , ดีไซน์ ,พัฒนา , การผลิต , การจัดการ รวมถึงการร่วมวางแผนทางการตลาด ช่องทางการจัดจำหน่ายต่างๆ…เพราะเราคือ หุ้นส่วนที่ดี..ที่สุด ของคุณ

8 ขั้นตอนการ รับผลิตอาหารเสริม และ การบริการ OEM

  1. Concept Product – ลูกค้าเตรียมข้อมูลความต้องการที่จะผลิตหรือจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ว่าต้องการสั่งผลิตภัณฑ์แนวไหน ราคาเท่าไหร่ ให้ผลลัพธ์แบบใด หรือขอคำปรึกษากับทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์
  2. Product formulation – ฝ่ายวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ทำการคิดค้นสูตร จัดเตรียมและเลือกใช้ส่วนผสมที่ใช้แล้วได้ผลลัพธ์ตรงตามความต้องการของ ลูกค้าโดยคัดเลือกวัตถุดิบคุณภาพสูงที่สุดในกรอบของราคาที่เหมาะสมและกลุ่ม เป้าหมายทางการตลาดที่ลูกค้ากำหนด
  3. Example prep – ในกรณีที่ลูกค้าต้องการสินค้าตัวอย่างทดลองใช้ ทางฝ่ายวิจัยและพัฒนา จะทำการเตรียมตัวอย่างผลิตภัณฑ์และจัดส่งให้แก่ลูกค้า หลังจากสรุปส่วนผสมของผลิตภัณ์และรูปแบบได้แล้ว ทางบริษัทจะทำการประเมินราคา
  4. จดแจ้งอ.ย. และเครื่องหมายการค้า – หลังจากสรุปส่วนผสมและชื่อของผลิตภัณ์ได้แล้ว ทางลูกค้าทำการวางเงินมัดจำ จำนวน 50% และเซ็นสัญญาว่าจ้างผลิต ทางบริษัทก็จะดำเนินการขึ้นทะเบียนกับทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาให้ รวดเร็วที่สุด เพื่อให้ได้รับการอณุมัติภายใน 60-120 วันทำการ รวมถึงการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า (ถ้าลูกค้าต้องการ)
  5. ออกแบบบรรจุภัณฑ์ – ทางฝ่ายงานออกแบบจะออกแบบรูปแบบบรรจุภัณฑ์ตามความต้องการของลูกค้า และนำเสนอตัวอย่างภาพผลิตภัณฑ์ในรูปแบบภาพ 3D ให้แก่ลูกค้า
  6. ผลิตสินค้า – ผลิตสินค้าด้วยกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน GMP (Good Manufacturing Practice) และใช้เครื่องจักรที่ทันสมัย มีการตรวจสอบคุณภาพวัตถุดิบอย่างเข้มงวดโดยใช้ใบรับรองการตรวจวิเคราะห์ (Certificate of Analysis : COA) ในทุกล๊อต และใช้ระบบในการบริหารจัดการคลังสินค้าแบบเข้าก่อน-ออกก่อน (First In-First Out : FIFO) เพื่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์ของลูกค้า
  7. บรรจุหีบห่อ – เมื่อสินค้าผ่านการผลิตเสร็จเรียบร้อย ทางโรงงานจะทำการบรรจุหีบห่อ ห่อฟิล์ม และบรรจุลงกล่องก่อนจัดส่งไปยังสถานที่ที่ลูกค้าต้องการ
  8. ตรวจสอบ ส่งมอบ และชำระเงินค่าสินค้าที่เหลือ – เมื่อลูกค้าได้รับสินค้าแล้ว ลูกค้าสามารถตรวจสอบสภาพสินค้าว่าตรงตามข้อกำหนดหรือมีสิ่งใดผิดพลาดจาก กระบวนการผลิตหรือไม่ ลูกค้าจึงชำระเงินส่วนที่เหลืออีก 50%
สนใจสอบถามเพิ่มเติม โทรปรึกษาแผนธุรกิจ ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย คลิกเลย >>>
ทำธุรกิจอย่างไร ให้รวย ได้ง่ายๆ เพียงแค่ สร้างแบรนด์

4 สิ่งที่ควรทำเมื่อคิดจะเปิด ธุรกิจอาหารเสริมและเครื่องสำอาง

4 สิ่งที่ควรทำเมื่อคิดจะเปิด ธุรกิจอาหารเสริมและเครื่องสำอาง

ธุรกิจอาหารเสริมและเครื่องสำอาง ในปัจจุบันมีอัตราการเติบโตที่สูงมากทีเดียวเพราะสมัยนี้ผู้คนหันมาดูแลตัวเองกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายก็ตาม ทำให้ผู้ประกอบการจำนวนมากต้องการนำเงินมาลงทุนทำธุรกิจประเภทนี้ เนื่องจากได้ผลกำไรตอบแทนที่คุ้มค่า หากร้านค้ามีจุดขายและสินค้าที่โดดเด่นและมีเอกลักษณ์มากเพียงพอ แต่ก่อนที่เราจะเริ่มต้นทำธุรกิจใดๆ ก็ตาม เราควรศึกษาข้อมูลให้ดีเสียก่อน หากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่ต้องการเปิดธุรกิจอาหารเสริมและเครื่องสำอางเป็นของตนเอง เราขอแนะนำให้คุณอ่านบทความนี้เพื่อเรียนรู้ถึงโอกาสในการสร้างรายได้และพัฒนาธุรกิจให้ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต

1.    เจ้าของธุรกิจควรวางแผนการว่าต้องการทำ ธุรกิจเครื่องสำอาง หรืออาหารเสริมประเภทใดและกลุ่มเป้าหมายเป็นเพศใด รวมทั้งควรศึกษาด้วยว่าธุรกิจประเภทไหนที่กำลังเป็นที่ต้องการของตลาด ยกตัวอย่างเช่น อาหารเสริมประเภท ลดน้ำหนัก หรือ อาหารเสริมประเภทช่วยเพิ่มความขาว กระจ่างใส กลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นเพศหญิงวัยนักศึกษาหรือวัยทำงาน ส่วนอาหารเสริมประเภทเพิ่มกล้ามเนื้อ ก็เหมาะสำหรับเพศชายหรือบุคคลที่ต้องการฟิตร่างกายเพื่อสร้างกล้ามเนื้อ เป็นต้น
2.    เมื่อสามารถเลือกประเภทได้แล้วก็ควรคิดชื่อแบรนด์ที่เหมาะสม เป็นชื่อเฉพาะที่ไม่ยาวหรือไม่สั้นจนเกินไป มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ เพื่อช่วยให้ลูกค้าจดจำได้ง่ายขึ้น เสริมภาพลักษณ์ที่ดีให้กับร้านค้า และสื่อให้ลูกค้ารู้ได้ในทันทีว่าร้านของเราค้าขายสินค้าประเภทใด
3.    พิจารณาถึงเงินทุนของเราว่ามีมากน้อยเพียงใด หากเราต้องการประหยัดงบประมาณก็ควรจ้างโรงงานที่รับผลิตสินค้าประเภทที่เราต้องการแทนที่จะเปิดโรงงานผลิตอาหารเสริมเอง แต่ก่อนที่จะเลือกผลิตกับโรงงานใดก็ตาม เราควรศึกษาถึงข้อมูลและภูมิหลังของบริษัทนั้นว่ามีความน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใด เป็นบริษัทที่มีความมั่นคงทางด้านการเงินและมีภาพลักษณ์ที่ดีหรือไม่ และเป็นโรงงานผลิตอาหารเสริมที่ได้มาตรฐานตามหลักสากลหรือเปล่า เพื่อที่สินค้าของเราจะได้ผลิตออกมาอย่างมีคุณภาพ สะอาดและปลอดภัย
4.    นอกจากนี้ สิ่งสำคัญที่เราควรให้ความสนใจมากๆ ก็คือกลยุทธ์การตลาดเพื่อดึงดูดให้ผู้คนเข้ามาใช้บริการ เราควรจัดเตรียมแผนการที่มีประสิทธิภาพเอาไว้ล่วงหน้า เพื่อป้องกันการขาดทุน สร้างกำไรและส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีให้กับร้านค้าของเรา แต่ถ้าหากเราไม่รู้ว่าควรจะเริ่มต้นวางแผนอย่างไรดี เราก็สามารถเลือกใช้บริการ One Stop Service แบบครบวงจรกับ โรงงานผลิตอาหารเสริม ที่ให้บริการได้ในทันที เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยวางแผนที่ดีและมีประสิทธิภาพให้กับแบรนด์ของเรา

สิ่งสำคัญที่สุดก่อนที่จะเริ่มต้นทำธุรกิจใดๆ คือการศึกษาหาข้อมูลและตรวจสอบรายละเอียดให้ครบถ้วนเสียก่อน เพื่อที่เราจะได้รู้ถึงข้อได้เปรียบและข้อเสียเปรียบของธุรกิจประเภทนั้นๆ อีกทั้งยังควรวางแผนการดำเนินธุรกิจเอาไว้ล่วงหน้า ไม่ว่าจะเป็นแผนการโปรโมทร้าน ส่งเสริมการขาย เลือกกลุ่มเป้าหมาย เลือกผลิตกับโรงงานผลิตอาหารเสริมที่ได้มาตรฐาน การบริการที่มีประสิทธิภาพและกลยุทธ์ต่างๆ ที่จะช่วยให้ร้านของเราเป็นนิยมและมีภาพลักษณ์ที่ดีนั่นเองค่ะ

ถ้าต้องการมีผลิตภัณฑ์/แบรนด์เป็นของตัวเอง ต้องทำยังไงบ้าง

ลูกค้าควรเตรียมตัวลองศึกษารายละเอียดเบื้องต้นก่อนว่าอยากมีผลิตภัณฑ์อะไร เช่น

  1. ประเภทสินค้า เช่น ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร, วิตามิน, ยา, สมุนไพร, ครีม, เครื่องสำอาง เป็นต้น
  2. สูตร สรรพคุณ คุณประโยชน์ หน้าที่ของผลิตภัณฑ์
  3. รูปแบบผลิตภัณฑ์ เป็นเม็ดฟู่ ผงฟู่ เจลลี่ อัดเม็ด แคปซูล ผงชงดื่ม หรือ ครีม
  4. ตัวอย่างสินค้าใกล้เคียงที่ต้องการ
  5. รูป แบบบรรจุภัณฑ์ เม็ดใส่กระปุกพลาสติกใสสีชา สีขาวขุ่น มีซองกันชื้น ฝาเกลียว หรือฝาฉีก ฝากด ฉลาก กล่อง การออกเบบและพิมพ์จะทำมาให้ หรือให้โรงงานจัดหา การซีลจะใช้ ฟิล์มหด กาว หรือสติกเกอร์ เม็ด/แคปซูล ใน บริสเตอร์ฟรอย์ด ขนาด 5,10,15 ในซองอลูมิเนียมเพื่อกันความชื้น และการบรรจุกล่อง การ ซีลกล่อง ด้วยฟิล์มหด สติกเกอร์ หรือกาว โดยใช้กับกล่องฉีก เป็นต้น

มีค่าใช้ดำเนินการในการใช้บริการ OEM/ODM ประมาณเท่าไร

ลูกค้าสามารถเลือกใช้บริการต่างๆ ได้ตามที่ต้องการ ซึ่งในแต่ละขั้นตอนมีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นโดยประมาณ ดังนี้

วิจัยและพัฒนาสูตร ราคาเริ่มต้น 20,000 บาท/สูตร
จดทะเบียน อย. ราคาเริ่มต้น 15,000 บาท/สูตร
การผลิต ราคาเริ่มต้น ดูจากจำนวนการสั่งผลิตขั้นต่ำ Q3
บรรจุตัวยา/Repack ราคาเริ่มต้น 5-10 บาท/ชุด

จำนวนการสั่งผลิตขั้นต่ำ แต่ละชนิด

ด้วย นโยบายของเราที่ต้องการสนับสนุนผู้ ประกอบการขนาดเล็กหรือผู้เริ่มต้นธุรกิจ เราจึงบริการรับสั่งผลิตขั้นต่ำกว่าโรงงานอื่นๆ ทั้งในด้านราคาและจำนวน ซึ่งเรารับผลิตแต่ละชนิด ดังนี้

เม็ด (Tablet) MOQ: 30,000 เม็ด
แคปซูล (Capsule) MOQ: 30,000 เม็ด
ครีม (Cream) MOQ: 35,000 บาท
ผงชงดื่ม (Powder) MOQ: 30,000 ซอง

สนใจสอบถามเพิ่มเติม โทรปรึกษาแผนธุรกิจ ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย คลิกเลย >>>

บริษัท อินโนว่า แล็บโบราโทรี่ จำกัด

รับผลิตอาหารเสริม สร้างแบรนด์ของตนเอง เป็นเจ้าของธุรกิจด้วยงบประมาณต่ำ วิจัย และพัฒนาสูตร ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม เครื่องสำอางค์ ผลิตภายใต้แบรนด์ของลูกค้า บริการครบกระบวนการ ตั้งแต่ การวางแผนสินค้า , ดีไซน์ ,พัฒนา , การผลิต , การจัดการ รวมถึงการร่วมวางแผนทางการตลาด ช่องทางการจัดจำหน่ายต่างๆ…เพราะเราคือ หุ้นส่วนที่ดี..ที่สุด ของคุณ

8 ขั้นตอนการ รับผลิตอาหารเสริม และ การบริการ OEM

  1. Concept Product – ลูกค้าเตรียมข้อมูลความต้องการที่จะผลิตหรือจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ว่าต้องการสั่งผลิตภัณฑ์แนวไหน ราคาเท่าไหร่ ให้ผลลัพธ์แบบใด หรือขอคำปรึกษากับทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์
  2. Product formulation – ฝ่ายวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ทำการคิดค้นสูตร จัดเตรียมและเลือกใช้ส่วนผสมที่ใช้แล้วได้ผลลัพธ์ตรงตามความต้องการของ ลูกค้าโดยคัดเลือกวัตถุดิบคุณภาพสูงที่สุดในกรอบของราคาที่เหมาะสมและกลุ่ม เป้าหมายทางการตลาดที่ลูกค้ากำหนด
  3. Example prep – ในกรณีที่ลูกค้าต้องการสินค้าตัวอย่างทดลองใช้ ทางฝ่ายวิจัยและพัฒนา จะทำการเตรียมตัวอย่างผลิตภัณฑ์และจัดส่งให้แก่ลูกค้า หลังจากสรุปส่วนผสมของผลิตภัณ์และรูปแบบได้แล้ว ทางบริษัทจะทำการประเมินราคา
  4. จดแจ้งอ.ย. และเครื่องหมายการค้า – หลังจากสรุปส่วนผสมและชื่อของผลิตภัณ์ได้แล้ว ทางลูกค้าทำการวางเงินมัดจำ จำนวน 50% และเซ็นสัญญาว่าจ้างผลิต ทางบริษัทก็จะดำเนินการขึ้นทะเบียนกับทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาให้ รวดเร็วที่สุด เพื่อให้ได้รับการอณุมัติภายใน 60-120 วันทำการ รวมถึงการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า (ถ้าลูกค้าต้องการ)
  5. ออกแบบบรรจุภัณฑ์ – ทางฝ่ายงานออกแบบจะออกแบบรูปแบบบรรจุภัณฑ์ตามความต้องการของลูกค้า และนำเสนอตัวอย่างภาพผลิตภัณฑ์ในรูปแบบภาพ 3D ให้แก่ลูกค้า
  6. ผลิตสินค้า – ผลิตสินค้าด้วยกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน GMP (Good Manufacturing Practice) และใช้เครื่องจักรที่ทันสมัย มีการตรวจสอบคุณภาพวัตถุดิบอย่างเข้มงวดโดยใช้ใบรับรองการตรวจวิเคราะห์ (Certificate of Analysis : COA) ในทุกล๊อต และใช้ระบบในการบริหารจัดการคลังสินค้าแบบเข้าก่อน-ออกก่อน (First In-First Out : FIFO) เพื่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์ของลูกค้า
  7. บรรจุหีบห่อ – เมื่อสินค้าผ่านการผลิตเสร็จเรียบร้อย ทางโรงงานจะทำการบรรจุหีบห่อ ห่อฟิล์ม และบรรจุลงกล่องก่อนจัดส่งไปยังสถานที่ที่ลูกค้าต้องการ
  8. ตรวจสอบ ส่งมอบ และชำระเงินค่าสินค้าที่เหลือ – เมื่อลูกค้าได้รับสินค้าแล้ว ลูกค้าสามารถตรวจสอบสภาพสินค้าว่าตรงตามข้อกำหนดหรือมีสิ่งใดผิดพลาดจาก กระบวนการผลิตหรือไม่ ลูกค้าจึงชำระเงินส่วนที่เหลืออีก 50%
สนใจสอบถามเพิ่มเติม โทรปรึกษาแผนธุรกิจ ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย คลิกเลย >>>